AIS ได้เข้าร่วมTOTให้บริการ 3Gทำให้ลูกค้าAIS สามารถใช้บริการ 3Gได้ทั้งบนเครือข่าย 900 MHz และ 2,100 MHz ส่งผลให้เป็นโอเปอเรเตอร์รายแรกที่สามารถใช้งาน 3Gได้ครอบคลุมทั้งหมด ขานรับเทรนด์รูปแบบการใช้งานเทคโนโลยีสื่อสารของผู้บริโภคที่มีความนิยมใช้งานในลักษณะของ Total Communication โดยในงานนี้ได้ประกาศความร่วมมือกับ บริษัท TOT จำกัด (มหาชน) เปิดให้ลูกค้าAIS ได้ใช้บริการ 3Gทั้งบนเครือข่าย 900MHz และ 2100MHz ส่งผลให้เครือข่ายของAISเป็นเครือข่ายที่เชื่อมั่นได้สูงสุด

รวมไปถึงการเปิดตัวบริการหลากหลายรูปแบบที่เกิดจากความร่วมมือกับพันธมิตร ทางธุรกิจตามแนวคิดของอีโค่ซิสเต็ม อาทิ โนเกีย N900 , แบล็กเบอรี โบลด์ 9700, แอร์การ์ด 3จี ที่รองรับความเร็วถึง 7.2 Mbps, บริการ AIS แอx สโตร์ ที่รวบรวมคอนเท็นท์มากที่สุดสำหรับมือถือทุกรุ่น

3Gคืออะไร

3G หรือ Third Generation คือมาตรฐานโทรศัพท์มือถือยุคที่ 3 หรือรู้จักในชื่อ 3G(สามจี หรือ ธรีจี) เป็นมาตรฐานโทรศัพท์มือถือในยุคที่ 3 ถูกพัฒนาและกำลังมาแทนที่ ระบบโทรศัพท์ 2G ซึ่ง 3Gนั้นพัฒนาบนพื้นฐานของมาตรฐาน International Mobile Telecommunications 2000, IMT-2000 ภายใต้กลุ่มของ International Telecommunication Union (ITU)

3Gนั้น ได้พัฒนามาจาก GPRS และ EDGE ตอนนี้ได้มีในเมืองไทยแล้ว แต่ในของระบบ AIS นั้นจะทำ HSDPA หรือ 3.5G โดยขณะนี้ มีแค่ AIS ดีแทค และ ทรูมูฟ เท่านั้นที่ให้บริการ (ดีแทคยังไม่เปิดโดยทั่วไป)

มาตรฐานโทรศัพท์มือถือยุคที่ 3 หรือที่เรียกว่า ระบบ UMTS หรือ WCDMA ในระบบ GSM 850 , 900 , 1800 , 1900 และ 2100 (ที่เป็นสากลที่โทรศัพท์ระบบ 3Gต้องมี)

ความเร็วของ 3G

ระบบ 3G จะเป็น เทคโนโลยีแบบ HSPA ซึ่งแยกย่อยได้เป็น HSDPA , HSUPA และ HSPA+

  • HSDPA นั้นจะสามารถ รับส่งข้อมูลได้สูงสุดที่ Download 14.4 Mbps / Upload 384 Kbps. ( ปัจจุบันผู้ให้บริการทั่วโลกยังให้บริการอยู่ที่ Download 7.2Mbps เท่านั้น )
  • HSUPA จะเหมือนกับ HSDPA ทุกอย่างแต่การ Upload ข้อมูลจะวิ่งที่ความเร็วสูงสุด 5.76 Mbps
  • HSPA+ เป็นระบบในอนาคต การ Download ข้อมูลจะอยู่ที่ 42 Mbps / Upload 22 Mbps

ในท้ายที่สุด ความสมบูรณ์แบบในการรองรับธุรกิจ Non-Voice ของมาตรฐานโทรศัพท์เคลื่อนที่ 3G แบบ W-CDMA จะช่วยผลักดันให้เกิดห่วงโซ่ธุรกิจที่สมบูรณ์แบบ ดังแสดงในรูปที่ 10 แม้จะมีความพยายามในกลุ่มผู้ประกอบการธุรกิจโทรคมนาคมภายในประเทศที่จะผลัก ดันให้เกิดการประสานผลประโยชน์อย่างลงตัวระหว่างผู้ให้บริการเครือข่าย โทรศัพท์เคลื่อนที่ 2G/2.5G/2.75G กับผู้ประกอบการสื่อข้อมูลต่าง ๆ มาก่อนหน้านี้ แต่เนื่องจากข้อจำกัดของเครือข่ายในตระกูล GSM และ CDMA เองที่ไม่มีความยืดหยุ่นเพียงพอที่จะสร้างความประทับใจต่อผู้ใช้บริการ จึงทำให้เกิดการขาดช่วงของความสมดุลในการผสานผลประโยชน์

เมื่อพิจารณาจากความสำเร็จของเครือข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ FOMA ของบริษัท NTT DoCoMo ซึ่งเป็นผู้ให้บริการรายแรกที่เปิดให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ 3G แบบ W-CDMA และประสบความสำเร็จในการดึงศักยภาพของเครือข่าย W-CDMA ให้เกื้อหนุนต่อความลงตัวสำหรับการร่วมมือในธุรกิจ Non-Voice ในประเทศญี่ปุ่นอย่างงดงาม ต่อเนื่องด้วยความคืบหน้าในการสานต่อโครงสร้างธุรกิจ Non-Voice ในประเทศจีนและอีกหลาย ๆ ประเทศ จึงสรุปได้ว่ามาตรฐานโทรศัพท์เคลื่อนที่ 3G แบบ W-CDMA จะเป็นการเปิดประตูสู่ธุรกิจ Non-Voice ในประเทศไทยในอนาคตอันใกล้

ขอบคุณข้อมูลจาก AIS

No related posts.